วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

เรือเร็วชนะเรือใหญ่ แต่ถ้ายุคใหม่ต้องเป็น "ท่าเทียบเรือ"

 

เรือเร็วชนะเรือใหญ่ แล้วอะไรชนะเรือเร็ว?



.

.

ใช้เรือลำเล็กๆ  ก็ยังดีกว่า ว่ายน้ำข้ามไป

ใช้เรือลำใหญ่ ก็ไปได้ไกลกว่าเรือลำเล็ก

แต่ทุกวันนี้ เรือเร็ว ชนะเรือใหญ่

แต่ถ้าจะให้ทันสมัย วันนี้ต้องมี “ท่าเทียบเรือ”

.

ผมนั่งคุยกับลูกค้าในระหว่างช่วยกันวางแผนธุรกิจให้กับบริษัทของลูกค้ารายหนึ่ง เพื่อเปรียบเทียบเปรียบเปรยให้เห็นถึงแนวโน้มการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน ที่ความใหญ่โตอาจไม่ใช่ปัจจัยแห่งความสำเร็จเท่ากับความเร็วในการลงมือทำหรือความเร็วในการปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง

.

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วมาก

ทั้งในเรื่องเทคโนโลยี

ทั้งให้เรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภค

ในภาวะโรคระบาด การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบแทบจะต้องคอยจับตาดูรายวันเลยทีเดียว

.

การมีทีมงานขนาดเล็กที่มีความคล่องตัว ทีทักษะและทัศคติที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงนับว่ามีความสำคัญ  โดยเฉพาะถ้าอ่านเกมส์ออก สามารถปรับตัวล่วงหน้า โดยไม่ต้องรอจนถูกบังคับให้เปลี่ยน  อาจพลิกสถานการณ์ให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันได้ อย่างเช่น ผู้ประกอบการหลายรายเตรียมพร้อมการขายช่องทางออนไลน์ก่อนที่จะเกิดโควิด ก็จะมีความพร้อมมากกว่า

.

เมื่อเราคุยกันได้สักพักใหญ่ ก็มีคำถามเกิดขึ้นกลางวงว่า “ถ้าเรือเร็วชนะเรือใหญ่ แล้วอะไรชนะเรือเร็ว?  ตามความเห็นของผม ถ้าจะให้ทันยุคสมัย ยุคนี้ คุณต้องมีท่าเทียบเรือ”  ซึ่งผมหมายถึง ธุรกิจที่เป็นแพลตฟอร์ม ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากเข้ามาใช้ประโยชน์ ทั้งผู้ซื้อสินค้า ผู้ขายสินค้า ผู้ขนส่ง ผู้ที่ต้องการโฆษณาประชาสัมพันธ์  ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มก็สามารถสร้างรูปแบบรายได้ได้อย่างหลากหลายและมีแนวโน้มที่จะเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็วกว่ารูปแบบอื่นๆ

.

ตัวอย่าง เช่น LINE MAN Wongnai  แพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่เป็น e-commerce platform for service พยายามที่จะทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น เป็น marketplace ที่ทีผู้เกี่ยวข้องหลัก 3 ด้านคือคนขับรถ ร้านอาหาร คนสั่งอาหาร มาร่วมกันสร้างและใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม  ซึ่งก็มีจำนวนมากและเติบโตทั้ง 3 ด้าน ถ้าเจ้าของแพลตฟอร์มสามารถสร้างการเติบโตให้แพลตฟอร์มได้ ก็ถือว่าสามารถช่วยเหลือผู้คนได้เป็นจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าของแพลตฟอร์มก็อาจได้ประโยชน์ร่วมกันจากรายได้รูปแบบอื่นได้อีก เช่นสื่อโฆษณา ใช้ประโยชน์จากข้อมูลบนแพลตฟอร์มเพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ เช่น เงินกู้ระยะสั้น ประกันสำหรับคนขับรถ เป็นต้น

.

วัยชัย ตันจารุพันธ์

เรื่องคนน่ะสำคัญ.... แต่เดี๋ยวให้ HR ไปจัดการ

 

เรื่องคนน่ะสำคัญ.... แต่เดี๋ยวให้ HR ไปจัดการ



.

ผู้นำที่ตระหนักถึงความสำคัญของคนจริงๆ จะคิดเรื่องคน ให้เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนกลยุทธ์ด้วย  ในการจัดทำแผนจึงมักจะมีองค์ประกอบทั้ง แผนงาน แผนเงินและแผนคนอย่างครบถ้วน

.

ในแผนงานด้านคนนั้น อาจมองเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับทำให้แผนประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกับเรื่องเงินที่เป็นทรัพยากรที่เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน  จึงอาจคำนึงถึงความพร้อมของอัตรากำลังและขีดความสามารถของพนักงานที่สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นพื้นฐาน
.

แต่แผนงานด้านคนก็ยังอาจมีประเด็นที่นำมาเป็นแผนงานเพื่อสนับสนุนความสำเร็จขององค์กรได้อีก ตัวอย่างเช่น แผนงานในการสร้างพฤติกรรมการทำงานร่วมกัน  แผนงานในการสร้างความตระหนักต่อประเด็นที่องค์กรกำลังให้ความสำคัญ เช่น เรื่องความปลอดภัย เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสังคมชุมชน เรื่องการนำดิจิทัลมาปรับใช้ เป็นต้น หรือแผนงานสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและความสุขให้กับพนักงาน รวมทั้งแผนการสร้างผู้นำในอนาคต

.

เรื่องเหล่านี้ เชื่อว่าหน่วยงาน HR ก็คงเห็นว่ามีความสำคัญ แต่การจะขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องตรงกับทิศทางขององค์กร มีการติดตามความคืบหน้าได้อย่างใกล้ชิดจริงๆ น่าจะเป็นบทบาทของผู้นำองค์กรและผู้นำแต่ละหน่วยงานมากกว่า

#เรื่องคนสำคัญ #ผู้นำต้องทำเอง

วันชัย ตันจารุพันธ์

กระบวนการผลิต ไม่รู้จะปรับปรุงอะไร?

 


จะหาโอกาส #ปรับปรุงกระบวนการผลิต อะไรได้บ้าง?

 

สำหรับผู้ประกอบการ หรือผู้บริหารที่ไม่มีพื้นฐานด้านการผลิต แต่จำเป็นต้องวางแผนควบคุม ดูแลและปรับปรุงด้านการผลิตให้สามารถรองรับด้านการขายและการเติบโตของธุรกิจได้ นี่คือแนวทางเร่งรัดสำหรับ #การวางแผนด้านปรับปรุงกระบวนการผลิต ที่นำไปใช้ได้เลย

.

เริ่มจากกำหนดวัตถุประสงค์ โดยส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวกับการทำให้กระบวนการผลิต ดีขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง

จากนั้นก็ทำการระบุและคัดเลือก “ปัจจัย” ที่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว

.

สิ่งที่ผมขอแนะนำก่อนอื่นคือ   3 ประเด็นแรกที่เป็น “ปัจจัย” สำคัญ ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อทั้ง 3 เรื่องข้างต้นโดยตรง(ดีขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง) ได้แก่

·         Defect  - ผลิตของเสีย กระทบต่อคุณภาพแน่นอนคือ“แย่ลง”  ต้องนำของเสียมาแก้ไขทำให้ “ช้าลง” ส่งผลให้ต้นทุน “สูงขึ้น”

·         Breakdown -เครื่องจักรชำรุด ทำให้ “ช้าลง” อาจผลิตของเสียออกมาทำให้ “แย่ลง” และเกิดต้นทุนที่ “สูงขึ้น”จากค่าซ่อม การเสียเวลาและของเสีย

·         Accident -อุบัติเหตุ ทำให้ “ช้าลง” ต้นทุน “แพงขึ้น” และสายการผลิตที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆจะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพออกมาได้อย่างไร?

.

ส่วนรายการ “ปัจจัย” อื่นที่ส่งผลกระทบต่อ “ต้นทุน” (ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สินค้าขายได้ในราคาถูกลง) เช่น

·         Give away  -ใช้วัตถุดิบมากเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด เนื่องจากความแปรปรวนในกระบวนการจึงมีการเผื่อที่เกินความจำเป็น

·         Efficiency -ประสิทธิภาพต่ำกว่ามาตรฐาน อาจเกิดจากทักษะของคน หรือ การเสื่อมสภาพของเครื่องจักร

·         Energy -การสิ้นเปลืองพลังงาน ขาดระบบการควบคุมการใช้พลังงานที่ดี

·         Inventory -การจัดการพัสดุคงคลังที่ไม่ดี (มากเกินความจำเป็น ชำรุด สูญหาย เสื่อมสภาพ)

·         Non-Effective Process -กระบวนการที่ออกแบบไม่ดี เช่น ปรับตั้งเครื่องจักรนาน , เปลี่ยนรุ่นการผลิตนาน , ขนย้ายบ่อย ย้ายผิดวิธี , ต้องค้นหา , ต้องตีความ , รอตัดสินใจ ,ตรวจสอบมากเกินจำเป็น เป็นต้น

·         Waste Disposal -จัดการของเสียเกินความจำเป็น เกิดจากไม่ควบคุมของเสียที่แหล่งกำเนิด ไม่หาทางนำกลับมาใช้ใหม่

.

ลองพิจารณาดูนะครับ ว่าประเด็นไหนที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณมากที่สุด หาข้อมูลผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมายืนยันได้ยิ่งดี ซึ่งเมื่อได้ปัจจัยที่ตัดสินใจเลือกให้ความสำคัญแล้ว จึงนำรายการนั้นมาวิเคราะห์ เพื่อกำหนด “แผนงาน” ที่จะปรับปรุงให้เกิดผลลัพธ์ ซึ่งในที่สุดก็คือ “ดีขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง“ 

.

เคล็ดลับที่อาจใช้เป็นแนวทางในการกำหนด “แผนงาน” ก็อาจใช้ปัจจัยที่คัดเลือกมาวิเคราะห์ด้วยแผนภูมิก้างปลา โดยนำประเด็นที่เลือกเป็นตัวตั้ง เช่น “เกิด Defect มาก”  แล้วจึงวิเคราะห์หาสาเหตุที่เป็นไปได้ โดยใช้มุมมองที่เป็นปัจจัยการผลิต 4M เป็นกรอบในการวิเคราะห์ (ได้แก่ Man , Machine , Material , Method ) โดยอาจมองรวมถึงโอกาสในการนำ Technology / Automation และ IT  เข้ามาใช้ด้วย

.

หวังว่า คงพอจะได้ไอเดียที่เปลี่ยนจาก “ไม่รู้จะปรับปรุงอะไร?” คงมีอะไรที่ “ได้ปรับปรุงบ้าง” นะครับ

 

วันชัย ตันจารุพันธ์

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2564

ประกาศวิสัยทัศน์ กำไรโต 3 เท่าใน 2 ปี มันไม่ดีตรงไหน?

 




ในการทำ workshop วางแผนธุรกิจครั้งหนึ่ง มีผู้บริหารถามผมว่า ถ้าผมจะประกาศวิสัยทัศน์ว่า กำไรโต 3 เท่าใน 2 ปี มันไม่ดีตรงไหน? เห็นว่าเป็นคำถามที่น่าคิด ก็เลยเอามาชวนคิดชวนคุยต่อ

.

ดูเฉพาะเนื้อหา ถ้าผมเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นก็ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก ถ้าเป็นผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน ก็อาจจะต้องการลงทุนด้วย แต่อาจจะเป็นนักลงทุนระยะสั้น เพราะถ้าเป็นนักลงทุนที่มองระยะยาวๆอาจต้องคิดเยอะกว่า

.

แต่ถ้าเป็นคนทั่วๆไป อาจมีข้อสงสัยหลายอย่าง กำไรได้อย่างไร? เอารัดเอาเปรียบใครมาหรือเปล่า? กำไรโตไปเพื่ออะไร? มีคุณค่าอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?

.

วิสัยทัศน์ผู้บริหารที่มุ่งสร้างผลกำไรสูงสุดไม่ผิด ใครๆก็ต้องพยายามในเชิงธุรกิจ แต่ถ้าจะสื่อสารสู่สังคม อาจต้องคิดเยอะขึ้นอีกนิด  ลองปรับวิสัยทัศน์ว่า “เราจะเป็นผู้นำในหมวดหมู่ธุรกิจอะไร ด้วยคุณค่าอะไรที่จะส่งมอบให้ใคร “ น่าจะเป็นวิสัยทัศน์ที่ดูสมเหตุสมผลที่จะช่วยให้เติบโตได้ต่อเนื่องมากกว่า เช่น เป็นผู้นำในธุรกิจส่งออก ด้วยการช่วยให้ร้านค้า OTOP ส่งสินค้าไปขายได้ทั่วโลก เป็นต้น

.

หลายองค์กร มักกำหนดวิสัยทัศน์ที่จะ ช่วยเหลือผู้คนในการแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง ซึ่งนั่นก็คือการ ส่งมอบคุณค่าที่มีความหมายให้กับผู้คน ซึ่งถ้าทำได้เช่นนั้นจริง ก็จะได้ทั้ง กำไรและการเติบโตที่ยั่งยืนกว่า อาจะทำให้ผู้คนที่ได้รับประโยชน์จากคุณค่าที่องค์กรช่วยแก้ปัญหาให้เขากลายมาเป็นผู้สนับสนุนองค์กร อาจช่วยดึงดูดคนดีคนเก่งที่เห็นความสำคัญของคุณค่าเดียวกัน มาร่วมงานกับองค์กรเพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกัน เช่น เราจะช่วยเกษตรให้ประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ก็อาจดึงดูดคนที่ให้ความสำคัญกับเกษตรกร ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน

.

เคล็ดลับที่เหนือชั้นไปอีกขั้น ถ้า ”คุณค่า” ที่องค์กรส่งมอบนั้น รวมไปถึง “คุณค่าทางใจ” ด้วย ก็อาจทำให้วิสัยน์ทัศน์ที่จะประกาศสู่สาธารณชนมีความน่าสนใจมากขึ้น อาจเป็นจุดตั้งต้นที่ดีที่จะสร้าง “ความผูกพัน” กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดียิ่งขึ้น

.

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน จะขออนุญาตยกตัวอย่าง วิสัยทัศน์ของบริษัท ซีพีออล “เราให้บริการความสะดวกกับทุกชุมชน - เราปรารถนารอยยิ้มจากลูกค้าด้วยทีมงานที่มีความสุข” ซึ่งจะเห็นว่า คุณค่าคือ “ความสะดวก” กลุ่มเป้าหมายคือ “ทุกชุมชน” โดยมีคุณค่าทางใจที่ลึกซึ้ง คือ  “รอยยิ้มจากลูกค้าด้วยทีมงานที่มีความสุข”

.

ผมว่า วิสัยทัศน์แบบที่ได้กล่าวมา น่าจะดีกว่า “กำไรโต 3 เท่าใน 2 ปี” คุณคิดว่าไง?

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2564

8 Wastes

 


Waste คือความสูญเปล่า ที่มักเกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน หากค้นหาและกำจัดออกไปได้ ก็จะทำให้สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงอาจเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าและผู้ปฏิบัติงานได้ 

ทาง บริษัท Toyota ได้รวบรวมไว้เป็น 8 กลุ่ม มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย อาจจำเป็นคำย่อได้ว่า DOWNTIME  ประกอบด้วย

D             Defects   การผลิตของเสีย / แก้ไขงานเสีย

O             Over Production  การผลิตมากเกินไป

W            Waiting  การรอคอย

N             Non-Utilized Talent  การไม่ใช้ศักยภาพของบุคลากร

T              Transportation   การขนส่งเคลื่อนย้าย

I               Inventory   การเก็บวัสดุคงคลังที่ไม่จำเป็น

M            Motion  การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น

E              Extra Processing  กระบวนการที่ขาดประสิทธิผล

ในมุมมองการทำงานแบบ Lean ถือว่า Waste เป็นศัตรูตัวร้าย ต้องพยายามหาให้เจอแล้วกำจัดออกให้หมดสิ้นไปให้ได้ เพื่อจะได้เหลือไว้แต่สิ่งที่มีคุณค่าในมุมมองของลูกค้าเท่านั้น  หากเปรียบเทียบให้เป็นรูปธรรม Lean ก็เหมือนกับเราต้องการที่จะมีหุ่นดี ไม่อ้วน เจ้า Waste ทั้ง 8 ตัวก็เหมือนกับไขมัน ที่เราต้องพยายามหาทางลดออกให้มากที่สุดนั่นเอง

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เทคนิคการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ Digital

 

บางครั้งผู้นำมองเห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนองค์กรให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง เพื่อความอยู่รอด แต่เมื่อจะทำให้เกิดขึ้นจริง กลับไม่สามารถทำได้ วันนี้จะขอขออ้างอิงแนวทางจาก 7S Mckinsey Framework เพื่อช่วยให้ผู้นำปรับเปลี่ยนองค์กรได้อย่างราบรื่นขึ้น ดังนี้

1.       Strategy

2.       Structure

3.       Systems

4.       Staff

5.       Style

6.       Skills

7.       Shared Values

ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการจะปรับองค์กรเข้าสู่ Digital การเริ่มต้น ไม่ควรเริ่มจากการไปเลือกและซื้อเทคโนโลยีเข้ามาใช้เลย แต่ควรเริ่มทบทวน ทั้ง 7 ด้านให้ดีก่อน

จาก Hard Side 3 ด้าน คือ

Strategy พิจารณาว่า จะใช้เทคโนโลยีสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้อย่างไร จะทำให้ธุรกิจแข่งขันได้และเติบโตในด้านไหน อาจเป็นการออกแบบรูปแบบธุรกิจ สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า หรือลดต้นทุน แล้วนำมาจัดลำดับความสำคัญและกำหนดกรอบว่าจะให้ความสำคัญในด้านใด ด้านใดที่จะไม่ไปเกี่ยวข้อง

Structure จัดโครงสร้างองค์กร เพื่อให้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น โครงสร้างทีมขนาดเล็กข้ามสายงาน โครงสร้างหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน IT เป็นต้น

System  ทบทวนและออกแบบระบบงาน ให้สอดคล้องกับทิศทาง กลยุทธ์ที่กำหนดไว้ ทั้งระบบงานหลักและระบบงานสนับสนุน รวมทั้งระบบงานบริหารด้วย

จากนั้น ก็ทบทวนปรับเปลี่ยน Soft Side อีก 4 ด้าน คือ

Shared Values  กำหนดและขับเคลื่อนค่านิยมที่จำเป็นต่อการมุ่งสู่ Digital เช่น การทำงานที่เน้น Project Base ที่ประกอบด้วยทีมงานจากหลากหลาย Function ไม่ใช่การทำงานเป็น Silo ตาม Function แบบเดิม, การทำงานที่กล้าที่จะลองผิดลองถูกโดยยึดถือความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง เป็นต้น


เคล็บลับที่ไม่ลับในการทำธุรกิจ

 

เคล็ดลับวันนี้ แค่ตอบคำถาม 3 ข้อ คือ

1.Why คุณทำธุรกิจทุกวันนี้ เพื่อสิ่งใด  ซึ่งก็มักจะตอบว่า เพื่อให้องค์กรอยู่รอด ปรับตัวทันและเติบโตได้ยั่งยืน

2.What แล้วจะต้องทำอะไรล่ะ เพื่อให้เกิดสิ่งที่ต้องการในข้อ 1  คำตอบก็คือการลดต้นทุน เพิ่มคุณค่า ค้นหาโอกาสใหม่ๆ

3.How จะลดต้นทุน เพิ่มคุณค่าได้อย่างไร  คำตอบคือ รู้จักความสูญเปล่า เข้าใจคุณค่าในมุมมองของลูกค้า แล้วกำจัดความสูญเปล่าออกไป คงให้เหลือไว้แต่คุณค่าในมุมมองของลูกค้าจริงๆ

         ส่วนการเพิ่มคุณค่าและค้นหาโอกาสใหม่ๆ อาจมีคำตอบเพิ่มเติมว่า 

  • ต้องติดตาม Trend ของลูกค้าและตลาดให้ทัน 
  • วิเคราะห์ให้ออกว่าส่วนใดจะเป็นโอกาสหรือภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา 
  • เจาะจงเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Customer Segment) ให้ชัด 
  • ลงลึกข้อมูลเชิงลึก( insight )ของลูกค้าในกลุ่มที่เลือกเพื่อให้เข้าใจคุณค่าในมุมมองของลูกค้าได้แม่นยำ 
  • สกัดความชำนาญขององค์กรที่จะส่งมอบคุณค่าได้ตรง โดนใจลูกค้าที่เลือกไว้อย่างเฉพาะเจาะจง ผ่านสินค้าหรือบริการขององค์กร

                อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ ต้องนำคำตอบที่ได้เหล่านั้นมาทำแผนงานที่เฉพาะเจาะจงอย่างเฉียบคม มีการนำแผนไปปฏิบัติและติดตามเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการ รวมถึงมีกระบวนการในการเรียนรู้และปรับปรุงเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

                ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วไม่ง่าย เพราะถ้าง่ายทุกองค์กรก็ประสบความสำเร็จไปหมดแล้ว แต่อย่างน้อยคุณก็รู้ How to ซึ่งเปรียบเหมือนแผนที่นำทางแล้ว ขอแค่เริ่มเดินตามแผนที่ก็ถือว่าอยู่บนเส้นทางแห่งความสำเร็จแล้วละครับ ถ้าต้องการเพื่อนร่วมทางที่เคยมีประสบการณ์มาบ้าง ก็ inbox มาคุยกับเรา LDMS เราคัดสรรเคล็ดลับที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อนักธุรกิจ คนทำงาน เพื่อการลดต้นทุน เพิ่มคุณค่าและค้นหาโอกาสใหม่ๆด้วยกันนะครับ


วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Fail to Win

 

ความล้มเหลวที่น่าจดจำนั้น อาจดีกว่า ความสำเร็จแบบธรรมดาๆเสียอีก



หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า คนที่ไม่เคยทำผิดพลาด อาจหมายถึงคนที่ไม่เคยลงมือทำอะไรซักอย่าง ในทางกลับกัน คนที่ประสบความสำเร็จระดับตำนาน อย่างเช่น วอลท์ ดิสนีย์ หรือแจ๊คหม่า มักจะเล่าเรื่องความล้มเหลวผิดพลาดให้เราฟังด้วยความภาคภูมิใจ ราวกับว่ามันเป็นขั้นตอนหรือองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ 

บางทีความล้มเหลวที่น่าจดจำนั้น อาจดีกว่า ความสำเร็จแบบธรรมดาๆเสียอีก ความสำเร็จกับความล้มเหลว เป็นสิ่งคู่กัน เหมือนกับเหรียญ 2 ด้าน ถ้าอยากสำเร็จ ก็ต้องไม่รังเกียจที่จะเจอความล้มเหลวให้มากพอ ยิ่งถ้าต้องการความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ก็ต้องตั้งเป้าหมายให้ท้าทาย ตั้งเป้าหมายให้ยากเกินกว่าจะเอื้อมถึง(แต่มีความเป็นไปได้) โดยไม่ต้องกังวลว่าจะล้มเหลวหรือไม่ ขอเพียงทำให้มั่นใจว่า เรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้เราได้พยายามอย่างสุดกำลังแล้ว

ความล้มเหลว อาจไม่ใช่เรื่องสนุก แต่ถ้ามองดูดีดี ก็อาจเป็น โอกาสอันงดงามที่จำแลงแปลงกายมาก็ได้ เพราะมันจะทำให้เราต้องทบทวนและปรับปรุงตัวเอง มันอาจจะผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าได้เร็วกว่าตอนสำเร็จไปเรื่อยๆเสียอีก

สิ่งที่จะช่วยให้กล้าล้มเหลว คือแนวคิดแบบเด็กที่ สนใจใฝ่รู้ เด็กมักจะถามด้วยความไม่รู้ แต่พอโตขึ้น เรามักจะคิดว่า เรารู้แล้ว แล้วก็ไม่ถาม ไม่เรียนรู้ต่อ  ดังนั้น ควรท่องไว้เสมอว่า Stay Young and Stay Fool !

สำหรับองค์กร ถ้าต้องการส่งเสริมให้คนในองค์กร กล้าที่จะล้มเหลว เพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต  อาจสร้างบรรยากาศ โดยไม่ตำหนิต่อว่ากับ “ความล้มเหลวที่มาจากเป้าหมายที่ใหญ่และความพยายามอย่างชาญฉลาดแล้ว” ของพนักงาน ในทางตรงข้าม อาจยกย่องและให้เป็นแบบอย่างต่อผู้อื่นในองค์กรด้วย และเปลี่ยนเป็นการตำหนิต่อการ “ไม่ทำอะไรเลย” หรือ “ตั้งเป้าหมายแบบง่ายๆ(ที่สำเร็จตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร)” แทน

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

127 Hours

 127 Hours

ได้มีโอกาสดูภาพยนตร์ เรื่อง 127 Hours โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะแค่ชื่อเรื่องก็ไม่ค่อยน่าสนใจ ไม่รู้สื่อถึงอะไร ถ้าจะเล่าเนื้อเรื่องก็ธรรมดามาก คือ เป็นเรื่องของชายหนุ่มที่ชื่อ Arron ไปเที่ยวภูเขาโดยลำพัง แล้วตกไปในซอกเขา เจอก้อนหินทับข้อมือติดอยู่ในนั้น 127 ชั่วโมง กว่าจะออกมาได้ ก็ประมาณนั้น






แต่ถ้าดูให้ดี หนังเรื่องนี้ก็ให้แง่มุมที่เป็นประโยชน์อยู่หลายประเด็นที่อยากมาเล่าต่อ 

อย่างแรกก็คือ ความพยายามในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เพราะตะโกนร้องไปก็ไม่มีใครได้ยิน คุณ Arron จึงต้องตั้งสติและบอกตัวเองว่า “อย่าบ้าคลั่ง” แต่ต้องพยายามคิดวางแผนให้ตัวเองยังคงมีชีวิตรอดและแก้ปัญหาก้อนหินที่ทับมืออยู่ให้ได้

ใน Moment ที่ได้สติ มีแง่มุมความคิดที่น่าเอาไปใช้ คือเขามองว่า เจ้าก้อนหินก้อนนี้ มันอาจเป็นอุกาบาตจากนอกโลก ตกมาในโลกและรอเวลามาหลายพันปีแล้วเพื่อที่จะมาทับแขนของเขา และเขาก็เกิดมาเพื่อจะเจอกับสิ่งนี้  คิดได้แบบนี้ก็เกิดสติ และยอมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้ คือพยายามหาทางแก้สถานการณ์ต่อไปอย่างมีสติมากขึ้น

อีกประเด็นหนึ่ง คือได้แง่มุม ความรู้สึกของคนใกล้ตาย ว่าจะรู้สึกอย่างไร โดยภาพยนตร์ทำให้เรามีอารมณ์ร่วมไปกับเขา(ซึ่งกำลังจะตาย) ได้สะท้อนตัวเองว่า จะทำอะไรก็รีบทำ เพราะยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ(เดี๋ยวจะตายเสียก่อน) หรือเราจะคิดถึงใครบ้างก่อนตาย




หลังจากพยายามทำทุกวิถีทาง ในที่สุดคุณ Arron ก็ใช้วิธี ตัดมือตัวเองให้ขาดเพื่อรักษาชีวิตไว้ และก็ออกมาจนได้  โดยได้รับการช่วยเหลือจากนักท่องเที่ยวแถวนั้นและหน่วยกู้ภัย

เป็นภาพยนต์อีกเรื่องหนึ่งที่สอนเราเรื่อง มรณานุสติ และ Problem Solving แบบดูเพลินๆแต่เข้าถึงอารมณ์ได้ดีทีเดียว


วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Why Startup fail?

 

Why Startup fail?



จากการสำรวจของ  cbinsights.com สรุปได้ว่า สาเหตุใหญ่ๆ ของ startup ที่ ไม่สามารถไปต่อได้ตามที่ฝันไว้ มี Top3 คือ

        42%   ด้านตลาด คือทำสิ่งที่ตลาดไม่ต้องการ

        29%  ด้านการเงิน เช่น เงินหมุนเวียนไม่ทัน

        23%   ด้านคน ทีมงานไม่สามารถทำงานร่วมกันได้

ดังนั้น สำหรับ ผู้ที่กำลังวางแผน คิดจะทำธุรกิจ หรือทำธุรกิจอยู่แล้วก็ตาม ก็ควรให้ความสำคัญกับ เรื่องเหล่านี้ โดย

1.ตรวจสอบอยู่เสมอว่า เราได้เลือกตลาดที่มีขนาดใหญ่พอและได้ทำสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ โดยการลองไปเป็นลูกค้าจริงๆ  หมั่นถามและสังเกตพฤติกรรมและประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากสินค้าบริการของเรา ว่าเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

2.วิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ลงทุนเกินกว่าเงินทุนที่หามาได้ และเมื่อลงมือทำจริงแล้ว ต้องติดตามข้อมูลกำไร-ขาดทุนทุกวัน ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินที่สำคัญเป็นประจำและปรับปรุงให้เหมาะสม ได้แก่ ยอดขาย กำไร/ขาดทุน สภาพคล่อง ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต๊อก

3.ทีมงานต้องมีทักษะความสามารถ มีความมุ่งมั่น และต้องสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมโดยใช้ความสามารถที่แตกต่างของแต่ละคนมาเติมเต็มซึ่งกันและกันแบบประสานพลัง รวมทั้งผู้นำต้องมีทักษะในการดึงศักยภาพของทีมงานและสร้างบรรยากาศเพื่อความสำเร็จได้